10 nen Sakura - AKB48 ซึ้งอ่ะ

posted on 24 Jun 2009 21:35 by wichynet
เป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ที่ผมดู MV 10 nen Sakura ของสาวๆ AKB48 ผมว่ามันสมบูณ์แบบนะ ทั้งเพลง ทั้ง MV ที่สื่อออกมา ถึงจังหวะของเพลงจะออกไปในทางสนุก แต่ความหมายถึงเพลงก็ซึ้งไม่น้อยเลย

ชีวิิตวัยเรียน มิตรภาพ เพื่อน และการลาจาก ผมว่าคนที่ผ่านชีวิตวัยเรียนมา คงซึ้งกับ MV นี้ไม่มากก็น้อยเลย




..... แล้วอีก 10 ปี เราจะมาพบกันใหม่ .....


 

edit @ 24 Jun 2009 21:35:36 by Wichy

เคยมีคนบอกผมว่า เวลาน่ะมันผ่านไปเร็ว บางทีมันเร็วซะจนเราไม่ทันได้ตั้งตัว ในตอนนั้นผมแอบนึกค้านในใจว่ามันจะเป็นไปได้อย่างไร แต่ละวันกว่าจะผ่านไปมันไม่ได้เร็วเลย

วันเกิดครบรอบสามสิบปีของผม ผ่านมาได้สองเดือนเศษแล้ว ถ้าจะถามว่าชีวิตมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากตอนอายุยี่สิบกว่าไหม ผมคงตอบได้ว่าแทบไม่เปลี่ยนไปเลย หน้าที่การงานก็ยังเหมือนเดิม รายได้ก็ยัง(จน)เหมือนเดิม ถ้ามองผ่านๆผมเองก็ยังไม่รู้เลยว่าวัยสามสิบจะต่างกับวัยยี่สิบกว่าอย่างไร

แต่ ถ้ามองให้ลึกกว่านั้น ผมกลับคิดว่าผมเองก็มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปไม่น้อยเลยนะ จากวันที่เข้าทำงานใหม่ๆ อะไำรๆก็ดูจะเป็นสิ่งที่แปลกและตื่นตาตื่นใจไปหมด มีอะไรให้เรียนรู้ได้ตลอดเวลา ผู้คนรอบการถ้าไม่ใช่เพื่อน ก็จะเป็นพี่ การคุยงานส่วนใหญ่ก็จะเป็นการสนทนาระหว่าง ผม กับ พี่

แต่พอผ่านมา ถึงตรงนี้ คำว่า"พี่" กลายเป็นคำที่ผมใช้เรียกแทนตัวเองเวลาคุยกับคนรอบข้าง บทสนทนาส่วนใหญ่ก็จะเป็นระหว่าง พี่ กับ น้อง เสียมากกว่า มันก็ทำให้ผมคิดได้ล่ะนะว่าหมดเวลาเป็นเด็กแล้ว จะมัวทำตัวเหมือนเด็กไม่รู้จักโตอีกต่อไปไม่ได้แล้ว คงถึงเวลาที่ผมต้องทำตัวให้สมกับเป็น"พี่" พี่ที่ทำตัวเป็นแบบอย่างให้รุ่นน้องๆได้เดินก้าวตามมาเสียที





แต่บางเวลา คนเรามันก็ต้องแทรกความเป็นเด็กไว้บ้าง ไม่งั้นชีวิตก็น่าเบื่อตายสิ จริงไหม?

edit @ 3 Jun 2009 17:43:15 by Wichy

พูดแล้วก็อายแฮะ ในฐานะแบบแฟนแบบเดนตายของ Morning Musume แต่ผมกลับเพิ่งได้ดู PV ซิงเกิ้ลล่าสุดของสาวๆ "Shouganai Yumeoibito" ไม่นานมานี้เอง

ไม่รู้แฟนๆมอร์นิ่งได้ดูแล้วจะรู้สึก เหมือนผมมั้ยนะ แต่ผมรู้สึกว่า PV นี้ สาวๆทุกคนอัพเกรดความสวยขึ้นไปเยอะมาก โดยเฉพาะ Sayumi ที่เห็นแล้วอึ้งเลยว่า ยัยนี่สวยขนาดนี้เลยเหรอ

ชอบครับ ต้องขอบคุณทีมงานทุกๆคนที่มีส่วนทำให้ได้ผลงานชิ้นนี้ออกมา แล้วจะอุตหนุนผลงานผ่าน eBay ต่อไปนะจ๊ะ





ส่วนข้างล่างเป็น Dance Shot Version

 

edit @ 1 Jun 2009 23:32:42 by Wichy

ไม่ได้เขียนบล็อคมานานร่วมๆ 2 เดือนได้มั้ง ไม่ใช่ไม่ว่างหรือไม่มีเวลา แต่เกิดอาการเบื่อแบบบอกไม่ถูกครับ เบื่ออะไรก็ตอบไม่ได้หรอก รู้แค่เบื่อมันซะทุกอย่าง วันนี้ก็คล้ายๆเดิมคือเบื่อ แต่เป็นการเบื่อความรู้สึกเบื่อของตัวเอง เลยต้องหาอะไรทำซะบ้าง

มองย้อนกลับไปตั้งแต่ช่วงปีที่แล้วจนถึงปีนี้ ผมว่าผมสูญเสียความเป้นตัวของตัวเ้องไปเยอะเลยนะ จากที่เป็นคนที่เคยทำอะไรได้ด้วยตัวเองมาตลอด จากที่เคยไม่ให้คำพูดหรือการกระทำของคนอื่นมามีผลกระทบต่อความรู้สึกของตัว เอง แต่หนึ่งปีที่ผ่านมาผมกลับทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม

หลายๆครั้งที่ ผมเดินเข้าไปอยู่ร่วมกับหมู่คน โดยที่ใจผมร่ำร้องการอยู่คนเดียวมากกว่า หลายครั้งที่ผมต้องฝืนยิ้มฝืนหัวเราะให้กับหมู่คน ทั้งๆที่ใจผมมันไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย ถ้าจะถามว่าแล้วผมเอาตัวเองเข้าไปอยู่ตรงนั้นทำไมล่ะ ก็คงตอบได้แค่ว่า ผมไม่อยากจะเสียสภานภาพของผมในสังคมที่อยู่ในึความคิดของคนหมู่นั้นออกไป กระมัง ทั้งๆที่ในความเป็นจริง สถานภาพของผมในสายตาของคนหมู่นั่นก็คงเป็นแค่ภาพที่เลือนๆลางๆมาตั้งนานแล้ว ถึงแม้ว่าผมจะเดินเข้าไปร่วมกลุ่ม หรืออยู่คนเดียวๆห่างๆออกมา ก็คงไม่ได้อะไรที่จะเปลี่ยนแปลงไปได้หรอก

ต่อจากนี้ไป ผมคงต้องกลีับมาเป็นตัวของตัวเองอีกครั้งซะที น่าจะถึงเวลาที่ต้องไม่ให้คนอื่นมามีอิทธิผลต่อการกระทำหรือความรู้สึกของผม อีกต่อไปเสียที

 

 

 

ปล. คิดถึงเพื่อนสมัยเรียนจัง ถ้าไม่ขี้เกียจเสียก่อน อยากจะเขียนเรื่องของ "เพื่อน" กับ "เพื่อนร่วมงาน" สักครั้งครับ

edit @ 1 Jun 2009 12:30:19 by Wichy

คืนก่อนวันทำงาน

posted on 07 Apr 2009 12:34 by wichynet  in ItsMyLife

เมื่อคืนกว่าผมจะหลับก็ปาเข้าไปตีสองครับ เช้านี้ตื่นมาหกโมงกว่าเลยรู้สึกเพลียๆมึนๆเอาเรื่องเหมือนกัน ที่อยู่ดึกก็ไม่ได้ทำอะไรมากมายหรอก แค่นอนอ่านหนังสือของ ชาติ กอบจิตติ ที่ซื้อมาดองเอาไว้เกือบๆสองเล่ม (จากหนังสือที่ซื้อมาดองรวมๆกันจะครึ่งร้อยเล่ม)

พอวางหนังสือลง เตรียมตัวจะนอนก็อดคิดไม่ได้นะว่า ทำไมเวลาว่างๆของวันหยุดช่วงปลายสัปดาห์ถึงไม่ยอมอ่าน มัวแต่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปเรื่อยๆแบบไม่มีสาระอะไร แต่พอเกิดอยากจะอ่านหนังสือขึ้นมาก็แทบจะไม่มีเวลาแล้ว นอนดึกไป พรุ่งนี้ตื่นมาไปทำงานก็เพลียอีก

คิดๆไปว่าอาจจะมีหลายๆคนที่คงเป็น แบบผมนะ คือตอนที่มีเวลาที่สามารถทำอะไรๆได้กลับไม่ยอมลงมือทำ แต่จะมาร่ำร้องขอเวลาเพิ่มตอนที่ลงมือทำในขณะที่ไม่มีเวลาเหลือให้ทำแล้ว ลองมองกว้างขึ้นไปอีก ถ้าไม่่ใช่แค่เรื่องการอ่านหนังสือ แต่เป็นเรื่องที่ใหญ่กว่านั้นที่อาจจะทำให้ชีวิตของเราๆนั้นเปลี่ยนไปได้ แล้วเราไม่มีเวลาทำมันให้สำเร็จเพียงเพราะก่อนหน้านี้เรามัวแต่ปล่อยให้เวลา มันผ่านไปเรื่อยๆแบบไร้ประโยชน์ล่ะ มันคงไม่สนุกแน่ๆ

 

 

ที่เขียนมาก็เหมือนว่าผมจะคิดได้นะ แต่เชื่อเลยว่าอาทิตย์หน้า ในคืนก่อนวันทำงาน ผมก็คงทำแบบนี้ซ้ำเดิมต่อไปนั่นแหละ -_-"